เคล็ดลับก้นครัวเคล็ดลับอื่นๆ 9 เม.ย. 69

งาขาว และ งาดำ ต่างกันอย่างไร

Share :

งาขาว vs งาดำ สรุปให้จบในคลิปเดียว! ต่างกันแค่สี หรือมีดีมากกว่าที่คิด? (รู้แล้วจะเลือกใช้อย่างมืออาชีพ!)

งาขาวและงาดำ เป็นพืชตระกูลล้มลุกเหมือนกัน แต่ก็เป็นคนละสายพันธุ์ งาดำ มีเปลือกบางๆ ที่ห่อหุ้มเมล็ด ไม่จำเป็นต้องกะเทาะเปลือกก่อนรับประทาน งาขาว มีเปลือกแข็งห่อหุ้มเมล็ด จึงต้องกะเทาะเปลือกออกก่อน งาดำ งาขาว และงาทุกชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญก็คือ เซซามิน  เซซาโมลิน และเซซามอล

1 งาขาวและงาดำ เป็นพืชตระกูลล้มลุกเหมือนกัน แต่ก็เป็นคนละสายพันธุ์กัน โดยรสชาติและรสสัมผัสจะมีความแตกต่างกัน คือ งาดำ จะมีเปลือกบางๆ ที่ห่อหุ้มเมล็ด ไม่จำเป็นต้องกะเทาะเปลือกก่อนรับประทาน มีกลิ่นสัมผัสที่หอม เข้ม หนักไปทางขม และมีความกรอบในตัว รสสัมผัสจะกรอบกว่างาขาว

2 งาขาว มีเปลือกแข็งห่อหุ้มเมล็ด จึงต้องกะเทาะเปลือกออกก่อน เพื่อรับประทานเฉพาะเมล็ดสีขาวข้างใน กลิ่นสัมผัสหอม ละมุน และเมล็ดมีความนุ่มนวล (เปลือกของงาขาวมีหลายสี ทั้งแดง ดำ และน้ำตาล)

3 จากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่าทั้งงาขาวและงาดำนั้นมีสารอาหารที่ใกล้เคียงกัน แต่งาดำมีแคลเซียมสูงกว่างาขาว  โดย งาขาว100 กรัมมีแคลเซียมประมาณ 90 มิลลิกรัม ส่วนงาดำ 100 กรัมมีแคลเซียมประมาณ 975 – 1,469 มิลลิกรัม  งาดำจึงมีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันมากกว่างาขาว เพราะแคลเซียมนั้นจะอยู่ที่เปลือกของงาดำ ซึ่งเราไม่ต้องกะเทาะเปลือกออกก่อนรับประทาน จึงได้แคลเซียมไปมากกว่า โดยแคลเซียมนั้นจะช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมวลกระดูกให้มีความแข็งแรง รวมถึงช่วยซ่อมแซมกระดูกที่อ่อนแอจากโรคกระดูกพรุน

4 งาดำ งาขาว และงาทุกชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญก็คือ เซซามิน  เซซาโมลิน และ     เซซามอล ซึ่งจะช่วยเสริมภูมิต้านทานอวัยวะอย่าง ตับ สมอง และหัวใจ รวมถึงช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม เพราะเซซามิน ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ทำร้ายคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ช่วยชะลอความแก่ สร้างภูมิคุ้มกันใหักับผิว และซ่อมแซมเซลล์ผิว  งายังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 80% ซึ่งเมื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมัน ก็จะได้ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 กรดโอเลอิก และกรดไลโนเลอิก ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอล ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัวและหลอดเลือดตีบ ช่วยให้ระบบหัวใจแข็งแรง รวมถึงบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น และบำรุงผม