เรื่องของข้าวแช่
วิจิตรตระการรส “ข้าวแช่” มรดกวารี : จากวิถีศรัทธาชาวมอญ สู่ศิลปะเครื่องเสวยคู่แผ่นดิน
ข้าวแช่ เป็นอาหารที่มีถิ่นกำเนิดจากชาวมอญที่อาศัยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และใช้ประกอบในเทศกาลสงกรานต์ของชาวมอญ จนถือเป็นประเพณีสืบต่อกันมาว่า ในวันสงกรานต์จะต้องทำข้าวแช่ถวายพระเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นคนไทยได้รับเอาวัฒนธรรมข้าวแช่ของชาวมอญมา ซึ่งในตอนแรกข้าวแช่จะมีอยู่แค่ในวังเท่านั้น แต่ต่อมาได้แพร่หลายไปทั่วในหลายจังหวัดของภาคกลาง
1 ช่วงเวลาที่มีผู้นำข้าวแช่เข้ามานั้นก็ยังไม่สามารถระบุได้แน่ซัดว่าเริ่มเข้าในสมัยใด บางแหล่ง ข้อมูลก็กล่าวว่า ข้าวแช่ เข้ามาตั้งแต่สมัยรักาลที่ 4 ที่มีเนื้อความจาก “รำพันพิลาป” ของสุนทรภู่ รัตนกวีสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้กล่าวถึง “ข้าวแช่” ว่าเป็นของรับประทานในฤดูร้อนที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 บางแหล่งก็กล่าวว่า เข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5
2 ข้าวแช่ชาววังสูตรดั้งเดิมนั้นจะต้องมีกรรมวิธีตั้งแต่เลือกเม็ดข้าวที่สวย หุงด้วยน้ำใบเตย อบควันเทียน ถ้าเป็นตำรับโบราณแบบดั้งเดิม หุงข้าวสวยแล้วจะต้องนำมาขัดให้ผิวนอกหลุดออกไป เหลือแต่เมล็ดด้านใน ส่วนน้ำสำหรับใส่ข้าวแช่ สมัยก่อนนิยมใช้น้ำฝน ใส่ไว้ในคนโทดินเผาหรือตุ่มดินและนำดอกมะลิมาลอยไว้ 1 คืนเพื่อให้มีกลิ่นหอม
3 กับข้าวแช่ ประกอบด้วย ลูกกะปิทอด (หัวใจสำคัญของกับช้าวแช่) หรุ่ม หรือ พริกหยวกสอดไส้ ไซโป๊ผัด และปลาหวาน
4 วิธีการรับประทานข้าวแช่ให้อร่อย จะต้องทานกับข้าวของข้าวแซ่ก่อน แล้วค่อยทานข้าวแช่ตามไป จะได้ทานข้าวแช่ได้อร่อย นอกจากนี้จะต้องค่อย ๆ กินทีละคำให้รู้ทั้งรสของกับ และกลิ่นของข้าว
5 ประโยชน์ของข้าวแช่ การทานอาหารที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบจะทำให้ย่อยง่าย ลดอุณหภูมิ และ สร้างความสมดุลภายในร่างกาย ช่วยให้คลายร้อน ทำให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื่น ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วย เช่น ผิวแห้ง ปากแตก ท้องผูก เป็นต้น




