เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแมงกะพรุน
มหัศจรรย์วุ้นทะเล! แมงกะพรุนไม่ได้มีดีแค่รสสัมผัส แต่คือขุมทรัพย์ 'คอลลาเจน' และแร่ธาตุชั้นดี
แมงกะพรุน (Jellyfish) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่บางชนิดมีพิษที่รุนแรง แต่ชนิดที่บริโภคได้นั้น มีจำนวนมากถึง 17 สายพันธุ์ ในประเทศไทยนั้น พบแมงกะพรุนที่บริโภคได้ 3 สายพันธุ์ คือ แมงกะพรุนหอม แมงกะพรุนหนัง และ แมงกะพรุนลอดช่อง โดยนิยมนำมาดองกับน้ำฝาด หรือมาตากแห้งใส่ในอาหารต่าง ๆ
1 ส่วนแมงกะพรุนที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันคือแมงกะพรุนหัวกระสุน ที่มีจุดเด่นคือ เนื้อสัมผัสที่มีผิวนอกกรอบเด้ง กรอบกว่าแมงกะพรุนไทยถึง 3 เท่า ส่วนเนื้อข้างในคล้ายวุ้นใสนุ่ม ๆ ตัวหนาเต็มคำ นิยมนำมาดองซีอิ๊ว หรือกินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ได้รับความนิยมในจีนและญี่ปุ่น ก่อนจะดังมาถึงประเทศไทย
2 แมงกะพรุนไม่มีรสชาติ จุดเด่นของแมงกะพรุนจึงอยู่ที่เนื้อสัมผัสที่เหมือนกับการเคี้ยวกระดูกอ่อน กรุบกรอบ และเนื้อแมงกะพรุนมีคุณค่าทางโภชนาการ คือ มีโปรตีนสูง และมีไขมัน คอเลสเตอรอล และแคลอรี่ต่ำ โดยเฉพาะเป็นโปรตีนประเภทคอลลาเจนที่รับประทานได้ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คอลลาเจนจากแมงกะพรุนอาจจะมีส่วนรักษาโรคไขข้ออักเสบ และโรคหลอดลมอักเสบ ตลอดจนทำให้ผิวหนังนุ่มนวลด้วย โดยคอลลาเจนในแมงกะพรุนมีมากถึง 70% ของน้ำหนักทั้งหมด
3 แมงกะพรุน สามารถนำมาสกัดคอลลาเจนที่มีคุณภาพไม่แพ้คอลลาเจนที่สกัดจากปลาน้ำทะเลลึก แมงกะพรุนที่นำมาสกัดคอลลาเจนก็คือ แมงกะพรุนลอดช่องดองเกลือที่นิยมรับประทานกัน โดยคอลลาเจนที่สกัดได้จากแมงกะพรุน คือ คอลลาเจนชนิดที่ 1 ที่พบในผิวหนัง เหมาะสำหรับนำมาประยุกต์ใช้ในด้านของการแพทย์ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์สุขภาพและอาหารเสริม
4 ในแมงกะพรุนยังมีแร่ธาตุหลายชนิด ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไอโอดีน เหล็กและวิตามิน ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีเซเลเนียมสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย นอกจากนี้ยังมี สารพวกโพลีฟีนอลสูง ซึ่งไม่ค่อยพบในเนื้อสัตว์ มีประโยชน์ทางด้านทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ที่ช่วยดูแลจุลินทรีย์ในลำไส้ของเราได้




