เรื่องของข้าวบ่าย
เปิดตำรับ “ข้าวบ่าย” ฟาสต์ฟู้ดโบราณ ภูมิปัญญาความอร่อยฉบับล้านนา
เรื่องของข้าวบ่าย ข้าวบ่ายที่ไม่ได้หมายถึงอาหารที่ทานหลังเที่ยง แต่เป็นวัฒนธรรมด้านอาหารของคนล้านนาอีกอย่างหนึ่ง ข้าวบ่าย หมายถึงอาหารประเภทกินด่วนแบบโบราณ โดยในสมัยโบราณ การเตรียมข้าวบ่ายจะเป็นการทำเพื่อประทังความหิวเวลาเดินทางระหว่างวัน โดยใช้ใบตองเป็นวัสดุหลักในการห่อบรรจุ มีข้าวเหนียวนึ่งและไส้ ซึ่งอาจจะเป็นปลาทูนึ่ง นำมาย่างไฟ หรือนึ่ง หมูเค็ม จิ๊นแห้ง (เนื้อทอด) จิ๊นเกื้อง(เนื้อเค็ม)นํ้าพริกแดง ผักกาดดอง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือจะใส่ตามชอบก็ได้ ใช้เป็นเสบียงหรืออาหารพกพาสำหรับชาวนา ชาวสวน หรือพรานป่า ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านและต้องการอาหารที่ทานง่าย สะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้จานชาม
บ่ายในภาษาเหนือ เป็นคำกิริยาถิ่นที่ใช้ในการทำอาหารเช่นการป้าย การทา โรย คลี่ การทำข้าวบ่ายส่วนใหญ่นิยมไส้จิ๊นแห้งกับน้ำพริกตาแดง หรือไส้ปลาทูย่างหรือทอด นำไปย่างกับเตาถ่าน หรือไม่ย่างก็ได้ ถ้าย่างจะเรียกว่าข้าวบ่ายไฟ หรืออาจเรียกชื่อตามไส้ เช่น ข่าวบ่ายปลาทู ข้าวบ่ายจิ๊นแห้ง ถ้าใช้ไส้เป็นน้ำพริกผสมกับน้ำมันพืชหรือน้ำมันหมูเล็กน้อย นำไปย่างไฟ เรียกว่า ข้าวบ่ายน้ำมัน จะใช้น้ำพริกตาแดง หรือทำน้ำพริกเองโดยใช้พริกขี้หนูแห้ง กระเทียม หอมแดง นำมาย่างไฟ โขลกให้ละเอียด ใส่เกลือและน้ำมันพืชหรือน้ำมันหมู แล้วนำไปย่างไฟ หากว่าต้องการความนุ่มก็นำไปนึ่ง
ข้าวบ่ายถือเป็นข้าวปั้นซูซิแบบล้านนาอย่างหนึ่ง เพราะเป็นการม้วนข้าวเหนียวให้แน่นโดยมีไส้ข้างใน แล้วห่อด้วยใบตองและใช้มือในการหยิบกินเหมือนกัน โดยข้าวปั้นซูชิมีวาซาบิและซีอิ้วเป็นเครื่องจิ้ม แต่ข้าวบ่ายของไทยเรามีน้ำพริกช่วยเพิ่มรสชาติ
ข้าวบ่ายกินแล้วอิ่มท้องนาน เพราะทำจากข้าวเหนียวซึ่งให้พลังงานสูง ช่วยให้อยู่ท้อง ทำงานได้นานโดยไม่อ่อนเพลีย มีไส้ที่ให้โปรตีนช่วยบำรุงร่างกาย และน้ำพริกที่ป้ายก็มีสมุนไพร ช่วยขับลมและกระตุ้นน้ำย่อย




