เรื่องของไข่มดแดง
ขุดบ่อขุดทองกลางรังมด! ล่ามหาสมบัติกินได้... วัตถุดิบสุดพรีเมียมที่แลกมาด้วยความเจ็บปวด!
ไข่มดแดง คือระยะดักแด้หรือตัวหนอนของมดงาน และมดราชินี เป็นเม็ดขนาดใหญ่มีลักษณะสีขาวขุ่น หัวแหลมท้ายป้าน ดักแด้ของมดงาน และมดตัวผู้จะมีขนาดเล็กกว่าดักแด้ของมดราชินี ประมาณ 5 มิลลิเมตร โดยไข่ของมดราชินีจะใหญ่ประมาณ 1 เซนติเมตร ชาวเหนือเรียกไข่มดขนาดใหญ่ว่า “เต้ง” คนอีสานเรียก “แม่เป้ง” โดยปกติไข่ราชินีจะมีเฉพาะช่วงฤดูแล้ง ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน
1 ไข่ของมดแดงจะอยู่ในรังบนต้นไม้ โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ เช่น มะม่วง มดแดงจะสร้างรังด้วยการใช้ใบไม้ประสานกันด้วยเส้นใยจากตัวอ่อน ซึ่งภายในรังจะมีทั้งตัวมด ไข่ และตัวอ่อน บางครั้งอาจมีดักแด้หรือราชินีมด ไข่มดแดง เป็นวัตถุดิบที่ใช้สำหรับประกอบอาหารในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย และประเทศลาว เพราะให้โปรตีนสูง ให้รสชาติมันและเปรี้ยว สัมผัสแตกดังเป๊าะในปาก
2 ไข่มดแดงให้โปรตีนสูง ในปริมาณ 100 กรัม มีโปรตีนมากถึง 8.2 กรัม มีแคลอรีเพียง 2.6 กรัม เทียบกับไข่ไก่มีมากถึง 11.7 กรัม และยังมีแร่ธาตุอื่น ๆ อีก เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โซเดียม โพแทสเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และไนอะซีน
3 ไข่มดแดงสามารถนำมาประกอบเป็นอาหารได้หลายอย่าง มีกรดแอซีติกให้รสเปรี้ยวแทนมะนาวหรือน้ำส้มสายชู ในประเทศไทยจะนำไข่มดแดง มาทำแกงผักหวานไข่มดแดง แกงเห็ดไข่มดแดง ต้มยำปลาช่อนไข่มดแดง ห่อหมกไข่มดแดง ไข่เจียวไข่มดแดง ยำหรือลาบไข่มดแดง
4 การนำไข่มดแดงมาทำอาหาร ควรนำไข่มดแดงมาล้างสะอาดอย่างน้อยสามครั้งอย่างเบามือด้วยน้ำสะอาด หรือการเปิดน้ำไหลอย่างน้อยสองนาที หรือแช่น้ำเกลือ น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา แล้วค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด และนำมาปรุงให้สุกทุกครั้ง ไม่ควรกินแบบสุก ๆ ดิบ ๆ เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อโรคได้ รวมทั้งไม่ควรเก็บไว้ค้างมื้อหรือค้างคืน เพราะบูดเสียได้ง่าย อาจทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงต่อการปวดท้องและอาหารเป็นพิษ และ ผู้มีโรคภูมิแพ้รุนแรงควรหลีกเลี่ยง




