เคล็ดลับก้นครัวเคล็ดลับอื่นๆ 5 มิ.ย. 69

ข้อควรระวังในการรับประทานอโวคาโด

Share :

ประโยชน์ล้นแต่ต้องระวัง! "6 ข้อควรระวังในการกินอโวคาโด" รู้ไว้ก่อนเฮลตี้จะกลายเป็นพัง

ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดซูเปอร์ฟู้ดที่ใครๆ ก็เลิฟ ทั้งบำรุงหัวใจ สายตา และช่วยคุมน้ำหนัก แต่รู้ไหมว่าอโวคาโดไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคน! เจาะลึก 6 สัญญาณเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่ปริมาณโพแทสเซียมที่คนเป็นโรคไตต้องเลี่ยง ปฏิกิริยาต่อยารักษาโรค ไปจนถึงอันตรายจากผลดิบที่อาจทำให้อาเจียนปวดหัว มาเช็กด่วนว่าคุณหรือคนในครอบครัวจัดอยู่ใน “กลุ่มเสี่ยง” ที่ต้องจำกัดการกินหรือไม่!

อโวคาโดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน โพแทสเซียม ใยอาหาร วิตามิน B, C, E และ K ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน ทั้งช่วยบำรุงสายตา เสริมสุขภาพหัวใจ ระบบย่อยอาหาร ป้องกันโรคกระดูกพรุน และอาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งได้ แต่ถึงแม้จะมีประโยชน์มากแค่ไหน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารแนะนำว่า กลุ่มคนบางประเภทที่ ควรจำกัดการกินอะโวคาโด เพราะอาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพ

1 อโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง อโวคาโด 100 กรัม ให้โพแทสเซียม 485 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณโพแทสเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน  ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไตควรจำกัดการรับประทานอะโวคาโด

2 อโวคาโดอาจทำให้เกิดอาการแพ้ อโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีสารก่อภูมิแพ้บางชนิด ดังนั้นผู้ที่แพ้อาหารทะเลหรือถั่ว อาจแพ้อะโวคาโดได้เช่นกัน

3 คุณแม่ที่ให้นมลูก  การกินอโวคาโดในปริมาณมากอาจทำให้ปริมาณน้ำนมลดลง ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังให้นมควรกินในปริมาณพอดี ไม่มากเกินไป ปริมาณทั่วไปที่แนะนำคือวันละครึ่งลูก

4 คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ อโวคาโดอาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด หรือท้องเสียในคนที่มีระบบย่อยอาหารบอบบาง แนะนำให้กินไม่เกินครึ่งลูกต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้

5 ผู้ที่กำลังใช้ยารักษาโรค อโวคาโดอาจมีปฏิกิริยากับยาบางประเภท เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาลดไขมัน อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียง ดังนั้นถ้าใครที่กินยาอยู่ ควรสอบถามแพทย์ก่อน  

6 อโวคาโดดิบจะมีรสขม เฝื่อน เพราะมีสารแทนนิน ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ซึ่งหากรับประทานมากไป อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และท้องผูกได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอะโวคาโดดิบ