เคล็ดลับก้นครัว • เคล็ดลับอื่นๆ • 5 พ.ย. 69

ทำไมถึงห้ามเป่าอาหารให้ผู้อื่น

Share :

เป่าฟู ๆ ป้อนเข้าปากลูก รักจริงหรือกะจะส่งเชื้อโรคไปไฟต์ เปิดพฤติกรรมสุดเสี่ยงที่สายดูแลชอบหาทำ!

ทำไมถึงห้ามเป่าอาหารให้ผู้อื่น  การเป่าอาหารด้วยปากหรือใช้ช้อนที่ผ่านปาก แล้วป้อนผู้อื่นทั้งเด็ก หรือผู้ป่วย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะอาจทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียจากปากผู้เป่าแพร่ความเสี่ยงและผลกระทบได้ 2 ประการคือ

1 เสี่ยงฟันผุ  น้ำลายและลมหายใจของผู้ใหญ่อาจมีเชื้อแบคทีเรีย เช่น Streptococcus mutans ซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ  งานวิจัยหลายชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมแลกเปลี่ยนน้ำลายกับการที่เด็กมีเชื้อกลุ่มก่อฟันผุเพิ่มขึ้น แนวทางทันตกรรมเด็กจึงแนะนำให้ลดพฤติกรรมลักษณะนี้ ทั้งการเป่า การใช้ช้อนเดียวกัน การเคี้ยวอาหารก่อนป้อน อย่างไรก็ตาม  หากเด็กได้รับอาหารหวานบ่อยและทำความสะอาดฟันไม่ดี ความเสี่ยงจะสูงขึ้นมากกว่าการสัมผัสน้ำลายเพียงครั้งเดียว

2 เสี่ยงส่งต่อเชื้อโรคทางเดินหายใจหรือแบคทีเรียอื่น ๆ ที่ทำให้เด็กหรือผู้รับป่วยได้ง่าย โดยน้ำลายสามารถพาเชื้อบางชนิด เช่น H. pylori ไปถึงช่องปากของเด็กได้ แต่ข้อความที่แชร์กันบอกว่าเด็กจะติดเชื้อทันที เชื้อจะเพาะในร่างกายทันที หรือจะเกิดแผลในกระเพาะโดยตรงจากช้อนหนึ่งคันนั้น ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันชัดเจน

3  H. pylori เป็นแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับเยื่อบุกระเพาะอาหาร ที่พบได้ในน้ำลาย หรือคราบฟันของบางราย อาจทำให้เกิดกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะหรือแผลในลำไส้เล็ก และเพิ่มความเสี่ยงโรคบางชนิดในระยะยาว   แต่ยังไม่มีหลักฐานพอจะบอกว่าการใช้ช้อนร่วมกันเป็นสาเหตุของผู้ติดเชื้อทุกราย  นอกจากนี้ หากคนเป่ามีไอ น้ำมูก เจ็บคอ แผลในปาก แผลเริม อาเจียน หรือท้องเสีย น้ำลายและละอองจากปากอาจพาเชื้ออื่นไปถึงอาหารได้

4 วิธีที่ปลอดภัย คือแบ่งอาหารเป็นคำเล็ก ๆ คนอาหารด้วยช้อนสะอาด รอให้คลายร้อน หรือวางภาชนะในน้ำเย็นโดยไม่ให้น้ำสัมผัสอาหาร หากต้องตรวจอุณหภูมิ ให้ใช้ช้อนสะอาดตักอาหารเล็กน้อยแล้วแตะที่ด้านในข้อมือ ไม่ควรใช้ช้อนชิมแล้วนำกลับไปป้อน