ที่มาของกุนเชียง
อย่าจำสับสน! คำว่า “กุน” ไม่ได้แปลว่า “หมู”... ย้อนที่มา “กุนเชียง” ไส้กรอกจีนโบราณที่ครองใจสายกิน!
หลายคนเข้าใจผิดมาตลอดชีวิตว่า “กุนเชียง” ต้องทำมาจากหมูเพราะเสียงไปพ้องกับปีนักษัตร! แต่ความจริงแล้ว คำนี้มีรากศัพท์สุดว้าวจากจีนแต้จิ๋ว แปลตรงตัวว่า “การกรอกไส้” ต่างหาก! จากเมนูถนอมอาหารสุดเก๋าในยุคโบราณ กลายมาเป็นของเด็ดคู่โต๊ะอาหารไทยที่ไม่ว่าจะกุนเชียงปลา ไก่ หรือหมู ก็ทอดออกมาได้หอมละมุนต้มยำทำแกงก็ฟิน! ค่ำนี้ถอดสูตรทอดน้ำหรือทอดน้ำมันดีครับ?
การถนอมอาหาร อยู่คู่กับทุกชนชาติมานาน ส่วนใหญ่จะเริ่มจาก ความจำเป็นพื้นฐาน ในทุกพื้นที่ จะคิดวิธี เก็บอาหารไว้กิน ให้นานที่สุด เนื่องจาก ของมีเยอะเกินไป ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ไม่เอื้ออำนวยทำให้มีการคิดค้น กรรมวิธีมากมาย เพื่อทำให้อาหาร อยู่ได้นานไม่เน่าเสีย เกิดประโยชน์สูงสุดในยุคที่เรายังไม่มีตู้เย็น
กุนเชียง ถือกำเนิดขึ้นในประเทศจีน ประมาณช่วง ค.ศ.300-500 โดยมี วัตถุประสงค์ เพื่อเก็บรักษาเนื้อสัตว์ ให้อยู่ได้นาน ด้วยเทคนิคพิเศษ ที่ปราศจากแป้งด้วยการนำเนื้อสัตว์มา บด ปรุงรส & ยัดไส้ คำว่า กุน เพี้ยนมาจากคำว่า กุ๊ง ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า กรอก หรือ บรรจุ ส่วนคำว่า เชียง แปลว่า ไส้ พอ รวมกัน กุ๊ง เชียง หมายถึง ไส้กรอก
ในไทย คำว่า กุน เสียงพ้องกับ ปีนัก ษัตร คนเลยเข้าใจว่ากุนเชียง ทำมาจากหมูเท่านั้นวิธีทำ มักจะใช้เนื้อหมูติดมัน ปรุงด้วยซีอิ๊ว เกลือ น้ำตาล เครื่องเทศ ตามแต่ละท้องถิ่น
แล้วนำไปตากแห้งรมควันทำให้มีกลิ่นหอม ดังนั้น เมื่อเราทำ กุนเชียง จากเนื้อสัตว์ที่หลากหลาย เราจึงตามด้วยชื่อของวัตถุดิบ เช่น กุนเชียงปลา กุนเชียงไก่ก็ว่ากันไป แต่ที่นิยมที่สุด ก็คือ กุนเชียงหมู ครับ
กุนเชียง เผยแพร่เข้ามาไทยโดยชาวจีนยุคสมัยไหนไม่แน่ชัด และถูกปรับสูตรให้ถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้นปัจจุบัน วัฒนธรรมการกิน ก็ผสมผสานเราเคยนำเสนอวิธีทอด กุนเชียง กันไปแล้วทั้งแบบ ทอดน้ำ และ ทอดน้ำมันชอบแบบไหน ลองไป ปรับใช้กันดูนะครับ
แต่ถ้าขี้เกียจร้านข้าวต้ม แถวบ้าน สะดวกสุดครับค่ำ ๆ นี้ จัดซักจานมั้ยยำ หรือ ทอดดีครับ




