ประวัติของน้ำแข็งไส
ทำไมต้องกิน? ส่องประวัติเมนูสุดฮ็อตที่ร้อนแค่ไหนก็เอาอยู่
น้ำแข็ง เข้ามาไทยครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ 4 ถูกส่งลงเรือ มาจากสิงคโปร์เพื่อนำไปใช้ในวัง โดยใช้เวลาถึง 15 วัน ในการขนส่งสมัยก่อน จะเอาน้ำแข็งก้อนใหญ่ ๆ ใส่ลงในกล่องไม้ฉำฉา แล้วเอาขี้เลื่อยกลบ ซึ่งถือเป็นของแปลกใหม่ที่ใคร ๆ ก็อยากเห็น และเป็นของที่มีราคาแพงมาก ในสมัยนั้น
โรงน้ำแข็งแห่งแรกของไทย ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้ชื่อว่า โรงน้ำแข็งสยาม โดย นายเลิศ เศรษฐบุต ที่มาของคำว่า น้ำแข็งไส (ไส คือลักษณะที่ เอาน้ำแข็งก้อนสี่เหลี่ยม วางบนม้าไส ที่มีใบมีด และใช้ มือเกาะ กดลงบนน้ำแข็งแล้วไส ให้เป็นเกล็ดน้ำแข็ง ละเอียดๆ) นำมาอัดเป็นแท่ง เสียบไม้ ราดน้ำหวาน
ต่อมา คนจีนแต้จิ๋ว ใน จ.เพชรบุรี นำ ปาท่องโก๋ ทอด กรอบ มาใส่ น้ำแข็งไส แล้วราดน้ำเชื่อม..ต่อมา ในปีพ.ศ.2490 นมข้นหวาน ก็แพร่หลายเข้ามาในไทย จึงเกิดเป็นเอกลักษณ์ของจ้ำบ๊ะ (สัญนิษฐานว่า ชื่อนี้ มาจาก รูปทรง ของหน้าอก ของนางระบำจ้ำบ๊ะ ที่คล้ายกับน้ำแข็งไส..ที่พูน ๆ ขึ้นมา) ชั้นฐาน เริ่มจาก ปาท่องโก๋ทอด กับขนมปังหัวกะโหลก หั่นชิ้น พอดีคำ ชั้นต่อมา ใส่น้ำแข็งไส ในลักษณะพูนคล้ายภูเขา สุดท้าย ราดน้ำเชื่อมสีแดง โรยด้วยนมข้นหวาน กันแบบฉ่ำ ๆ จากนั้น ก็พัฒนา ไปหลากหลายรูปแบบ ทั้งสีของน้ำเชื่อม เครื่องโรยหน้าที่มีให้เลือกอย่างจุใจ จัดเลยครับ หน้าร้อนนี้ห้ามพลาด




