วิธีการเลือกซื้อมังคุด
หยุดสุ่มดวง! เปิดคัมภีร์เลือก "มังคุด" ให้เจอเนื้อปุยขาวจั๊วะ ไม่โดนแกงจนเจอเนื้อแก้วแข็งโป๊ก
มังคุดจะให้ผลผลิตมากในช่วงฤดูฝน การซื้อมังคุดในช่วงนี้จะทำให้เราได้มังคุดที่สดใหม่ ราคาไม่สูงมาก และมีรสชาติหวานอร่อยตามธรรมชาติ มีวิธีการเลือกซื้อโดยดูจาก
1 ขั้ว ต้องมีสีเขียวสดใส และรอบขั้วที่ยังดูอวบอิ่ม ไม่เหี่ยวแห้ง แสดงถึงมังคุดที่มีความสดใหม่ และมักจะมีเนื้อในที่ นุ่ม ฉ่ำ ไม่แข็งกระด้าง แต่หากขั้วมีสีน้ำตาลคล้ำ เหี่ยวหรือดูแห้ง แสดงว่าเก็บไว้นานแล้ว มีโอกาสที่เนื้อด้านในจะแข็งกระด้าง
2 กลีบเลี้ยง ธรรมชาติของมังคุดจะมี 4 กลีบเลี้ยง ถ้าผลมังคุดที่สุกดี จะงุ้มหรือโค้งลงหาลูก กลีบเลี้ยงควรมีสีเขียวสด ชุ่มชื้นและมีความอ่อนนุ่ม บ่งบอกถึงความสดใหม่ ที่เนื้อข้างในก็จะมีความนิ่ม ฉ่ำน้ำ และรสชาติหวานอร่อย หากกลีบเลี้ยงเริ่มมีสีน้ำตาล เหี่ยวแห้งหรือแข็งกระด้าง หมายถึงมังคุดลูกนั้นถูกเก็บไว้นานแล้ว หรือเนื้อข้างในอาจจะเริ่มแข็งกระด้าง
3 จำนวนฐานรองดอกมังคุด จะอยู่ที่ก้นมังคุด รูปร่างคล้ายดอกไม้ ซึ่งจะบอกถึงจำนวนกลีบมังคุดข้างใน ซึ่งธรรมชาติของฐานรองดอกมังคุดจะมี 6 ฐาน ยิ่งกลีบฐานรองดอกเยอะ โอกาสที่จะมีเม็ดมังคุดจะมีน้อย แต่ถ้าลูกเล็ก แล้วมี 5 กลีบ ส่วนใหญ่จะมีเม็ดใหญ่อยู่ในผล 1-2 เม็ด
4 เปลือก มังคุดสุกเปลือกต้องไม่แข็ง มีความนิ่มและยืดหยุ่นเล็กน้อย ถ้าบีบแล้วรู้สึกแข็งโป๊ก เป็นสัญญาณว่าเนื้อข้างในอาจจะแข็งหรือมีเมล็ดเยอะ ส่วนมังคุดที่มีเปลือกขรุขระ ผิวไม่มันวาว ผิวไม่ลื่น ส่วนใหญ่มักไม่ใช้ยา สีของเปลือกมังคุดควรสีม่วงแดง จนถึงเปลือกสีม่วงเข้ม รสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี หากเป็นสีม่วงดำ ก้านผลเริ่มเป็นสีน้ำตาล กลีบดอกเริ่มมีสีน้ำตาลเข้ม จะมีรสชาติหวานฉ่ำเต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงมังคุดที่มีรอยแตก เพราะเนื้อข้างในอาจเสียคุณภาพ
5 น้ำหนัก ผลมังคุดสดๆ จากต้นจะมีน้ำหนักเยอะกว่ามังคุดที่เก็บไว้นานแล้ว เพราะเปลือกมังคุดจะมีส่วนผสมของน้ำเป็นส่วนประกอบ เมื่อตั้งไว้หลายวัน เปลือกจะแห้งเหี่ยวลง น้ำที่ผิวเปลือกก็ลดน้อยลงตามลำดับ มังคุดที่เก็บนานแล้ว น้ำหนักจึงน้อยกว่าผลสด




