เคล็ดลับก้นครัวเคล็ดลับอื่นๆ 7 เม.ย. 69

เรื่องของปลาสลิด

Share :

แดดและเกลือ : ศิลปะแห่งการบ่มเพาะความอร่อย ปลาสลิดราชินีแห่งปลาแดดเดียว เจาะลึกหัวใจความอร่อยของปลาสลิดตัวโต

ปลาสลิด เป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของไทย นิยมแปรรูปเป็นปลาแห้งหรือปลาเค็ม  คนไทยนิยมกินปลาสลิดเพราะเป็นการถนอมอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นาน  ปลาสลิดมีการผลิตกันในหลายพื้นที่ แต่ปลาสลิดที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียง คือ  “ปลาสลิดบางบ่อ” จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI  หรือสินค้าที่โดดเด่นด้วยแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย

1 เคล็ดลับวิธีเลี้ยงปลาแบบธรรมชาติตามภูมิปัญญาของชาวอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ คือใช้เวลาเลี้ยงปลาโดยไม่ใช้อาหารเร่งนานร่วม 2 ปี จึงได้เนื้อปลาที่หวาน ไม่มีกลิ่นโคลน เนื้อแน่น มีสีชมพูไร ๆ แทรกอยู่ในเนื้อปลา ขนาดปลาพอดีเหมาะแก่การกิน ปลาสลิดบางบ่อของแท้ตัวต้องดำผิวเข้ม ซึ่งเกิดจากกรรมวิธีการเลี้ยงอย่างธรรมชาติ เนื้อย่น หนังและเกล็ดละเอียด แตกต่างจากปลาสลิดที่เลี้ยงโดยหัวอาหาร ซึ่งมักจะตัวนิ่มและมีสีซีดกว่า

2  ปลาสลิดที่วางขายมักไม่มีหัวเพราะถูกตัดออกในกระบวนการผลิตเพื่อป้องกันปลาเน่าเสียและยืดอายุการเก็บรักษา เนื่องจากปลาสลิดเป็นปลาที่มีมันมาก โดยเฉพาะบริเวณพุงและหัว ซึ่งเป็นส่วนที่เน่าเสียง่ายและแห้งช้าที่สุด การตัดหัวและควักไส้ออกช่วยให้เกลือซึมเข้าเนื้อได้ทั่วถึง ทำให้ปลาแห้งสนิท ไร้กลิ่นเหม็น ส่งผลให้รสชาติอร่อย และเมื่อทอดแล้วจะกรอบน่าทานยิ่งขึ้น  อีกทั้งยังช่วยลดการอมน้ำมันขณะทอด  ส่วนหัวปลาที่ตัดออกไปมักถูกนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์

3 ประโยชน์ของปลาสลิด มีโปรตีนสูงและย่อยง่าย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน  มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน มีโอเมก้า 3 ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดความดันโลหิต บำรุงสมอง และลดภาวะอักเสบในร่างกาย และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ อย่างวิตามิน A, Dและ B12 ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย มีธาตุเหล็กสูง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งและลดภาวะโลหิตจาง